งัวตกน้ำ..ที่ภูวัว..ไถลไป 5 อุทยาน
เรื่องโดย วัวน้ำ , ภาพโดย วัวน้ำ , มกราคม 2003
| |
นักรบขาดอาวุธ..จะทำอารั๊ยได๊ ..กิจกรรมใหม่เดินแบกกล้องไปตากบนจุดชมวิวยอดภูวัว..เออ..เพลิดเพลิน และก็แปลกดีไม่เหมือนใครด้วย ทริปนี้เรารื่นรมย์ชมวิวเต็มที่..ไม่ได้ถ่ายรูปนี่ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเรามีโอกาสได้มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบแบบสบายๆ แล้วได้เป็นนางแบบอีกด้วย |
|
ฤกษ์ดีคืนนี้ 30 ส.ค. ตามเวลานัดหมาย มี..พี่ยุ้ย ไพรินทร์ และเรา..รอตั๋นอยู่ที่บ้าน พอรถมาถึงก็ช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถจัดแจงเพ็คสิ่งของเสร็จสรรพ..ออกเดินทางจากบ้านมาตอนประมาณสามทุ่ม แวะรับเสริฐกับตุ๊ก ที่รออยู่ไฟฟ้าเขตรังสิต ..เป็นอันว่าสมาชิกทริปนี้ของเรารวมกันครบ 6 คนแล้ว
ออกจากรังสิตมาตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงสระบุรีเลี้ยวขวามาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ)ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย รวมระยะทาง 615 กม. จากหนองคายเลี้ยวขวาเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหมายเลข 212 ผ่าน อ.โพนพิสัย อ.ปากคาด อ.บึงกาฬ อ.บุ่งคล้า พอถึง อ.บุ่งคล้ามาประมาณหลักกิโลเมตรที่ 179 บ้านดอกจิก เลี้ยวขวาเข้ามาตามป้ายอีก 6 กม. ก็ถึงที่ทำการสำงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว
มีงัวมาตกน้ำ../.. 31 ส.ค. 45
การเดินทางตลอดคืนที่ผ่านมาเราทุกคนต่างไม่ได้หลับไม่ได้นอน..ไม่รู้ว่าสรรหาอะไรมาคุยเป็นเพื่อนนายตั๋นกันจนถึงเช้า ก็ด้วยความเป็นห่วงว่าคนขับจะไม่มีเพื่อนคุย..แล้วหลับตามพวกเราไปด้วยซึ่งคงไม่ดีแน่..เพราะตั๋นอาจจะเป็นอันตรายได้..อิ อิ ..มาถึงภูวัวประมาณเจ็ดโมง ..ติดต่อขอทราบรายละเอียดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทุ่งดอกไม้ และการเข้าพักแรมตามที่ทำหนังสือแจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งก็ได้รับการแนะนำและต้อนรับด้วยดีจากพี่สุวรรณ ปณิทานะโต เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 5 ช่วยอำนวยความสะดวกให้ตามวัตถุประสงค์พร้อมจัดคนนำทางให้อีก 2 คน นัดแนะเวลาเรียบร้อยแล้ว..จึงย้อนกลับออกมาที่ตลาด อ.บุ่งคล้า เพื่อหาอาหารใส่ท้องในมื้อเช้านี้ และจัดเตรียมเสบียงสำรองไว้ในมือต่อๆ ไปด้วย
ออกเดิน..ประมาณสิบโมงเช้า พรืดดดๆๆๆๆๆ..เอ้า..แค่ก้าวแรกเองนะ..ลื่นซะแย้ว ..ฮ่าๆๆ ก็เจ้าก๊อก..บอกว่าคนมาภูวัวแล้วไม่ลื่นมาไม่ถึงงั้ย..เลยต้องรีบทำคะแนนสะสมไว้ก่อน..อิ อิ ..เส้นทางในช่วงแรกเป็นทางราบภายใต้ร่มเงาไม้เขียวครึ้ม มีสะพานข้ามธารน้ำตกเล็กๆ เป็นระยะๆ มีพรรณไม้น้อยใหญ่ให้ได้ชื่นชมและเก็บบันทึกภาพกันพอสมควร พอพ้นทางราบเดินขึ้นมาได้สักพัก เราต้องเปลี่ยนมาเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อกันแล้ว..เพราะทางขึ้นเป็นช่องเล็กๆ ขนาดพอดีตัวทั้งลื่นทั้งชันโหดไม่ใช่เล่น อีกทั้งอากาศก็ร้อนอบอ้าวไม่มีลมพัดผ่านมาเลย..เล่นเอาเหงื่อท่วมตัวกันที่เดียว จนถึงจุดชมวิวนั่นแหละเราถึงได้มีโอกาสได้สัมผัสกับสายลมเย็นๆ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเบื้องหน้าไปสุดที่แนวเทือกเขาในประเทศลาวโดยมีแม่น้ำโขงวางตัวขนานเป็นแนวแบ่งเขตแดนไทย-ลาว
จากจุดชมวิว..เดินเลาะเรียบมาเพียงนิดเดียว..พลันสายตาทุกคู่ต้องหยุดนิ่งที่กลุ่ม..ดอกเทียนน้อยสีชมพูสด..ออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสันระลานตาไปทั่วอาณาบริเวณ เดินต่อมาเรื่อยๆ โอโฮ้..สารพัดสารพันพันธุ์ไม้เยอะจริงๆ ไม่ว่าเอื้องนวลจันทร์ เอื้องม้าวิ่ง หงอนนาค หนาดหนาม ดอกดินแดง สร้อยสุวรรณา โอ้ยยย..ย ดอกอะไรบ้างก็ไม่รู้จาระไนไม่หวาดไหวแล้ว
เห็นนายตั๋น..กำลังก้มหน้าก้มตาถ่ายรูปดอกอะไรไม่รู้ งานนี้ลงทุนไปงัดเอากล้องตัวเก่าที่ซื้อมาเก็บไว้ออกมาประลองฝีมือกะเขาดูบ้าง..แต่ไม่ยอมซื้อฟิล์มเที่ยวมาขอเพื่อนๆ..พอถ่ายเสร็จก็เรียกเราให้มาดูว่าชื่ออะไร.."อ๋อ..เอื้องยี่โถปีนัง" ก็จัดการถ่ายเก็บไว้บ้างซิ..เรียบร้อย กำลังจะยกเท้ากลับปรากฎว่าหันไปเจอเจ้า..เปราะหินสีเหลืองสด..จึงเปลี่ยนเป็นขยับเท้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูป ..แต่อนิจจาหินลื่นเหลือเกิน..จ้าวกรรมแท้ๆ ข้อเท้าเสียวแปลบขึ้นมาอีก..ไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ต่อมาจะเป็นเช่นไรทั้งคนทั้งกล้องไหลลื่นตกลงไปในรูกลางธารน้ำเล็กๆ แต่ลึกไม่ใช่เล่นก็โผล่มาแค่คอเองง่ะ..ขนาดหรือก็เหลือเกินช่างพอเหมาะพอเจาะกับตัวเราซะจริงๆ..มองดูแล้วไม่น่าจะมีตรงไหนลึกได้เล๊ย..ก็น้ำที่ไหลอยู่นั้นดูตื่นๆ..แค่ข้อเท้าเอง แล้วเจ้ารูนี้ใครขุด..บอกมานะ..???ความสามารถที่เหนือธรรมชาติของธรรมชาติเองนี่แหละที่ขุดเจ้ารูนี้ขึ้นมา..ในยามที่น้ำมากจะเกิดน้ำวนซ้ำในที่เดิมเป็นเวลานานวัน จนหินส่วนนั้นสึกกร่อนเป็นรองลึกลงไปในเนื้อหินเหมือนมีคนขุดอย่างที่เห็น
พี่เจ้าหน้าที่ตามมาทันเห็นเหตุการณ์..นินทาเรากะยายตุ๊กว่า "ตกลงไปได๊อย่างไง..ไม่เคยมีใครตกลงไปเล๊ย..!" อ้าว..พี่ใครจะกล้าตกลงไปละ ..ก็หลุมรักนี้..เขาขุดไว้ดักนู๋นี่จ้ะ..แล้วพี่ไม่ชอบหรือที่นู๋..เจอน้ำตกแห่งใหม่..แล้วตั้งชื่อว่า.."น้ำตกรูนู๋"..ให้ด้วยนะแล้วคราวหน้าพานักท่องเที่ยวขึ้นมาอย่าลืมพามาดูน้ำตกแห่งใหม่ที่เพิ่งค้นพบด้วยนะพี่นะ..อิ อิ
นักรบขาดอาวุธ..จะทำอารั๊ยได๊ ..กิจกรรมใหม่เดินแบกกล้องไปตากบนจุดชมวิวยอดภูวัว..เออ..เพลิดเพลิน และก็แปลกดีไม่เหมือนใครด้วย ทริปนี้เรารื่นรมย์ชมวิวเต็มที่..ไม่ได้ถ่ายรูปนี่ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเรามีโอกาสได้มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบแบบสบายๆ แล้วได้เป็นนางแบบอีกด้วย นอกจากเป็นนางแบบแล้วยังถือโอกาสชี้นิ้วสั่งให้ตากล้องถ่ายภาพที่เราชอบให้อีกด้วย ฮ่าๆๆ
ขึ้นมากินข้าวกลางวันบนยอดภูวัว..ขอบอกว่าร้อนมาก ต้นไม้ใหญ่ที่พอจะแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแทบไม่มี ร้อนจะตายอยู่แล้ว..ไอร้อนของแสงอาทิตย์ทำให้พวกเราผิวดำเกรียมเท่านายเสริฐกันเลย..แสงแดดที่เผาจนผิวไหม้เริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนขึ้นมา เห็นทีกลับไปตัวลอกแน่นอนเรา
สงสารพี่ยุ้ยจัง..! พาหนะขับเคลื่อนสองล้อหลังของพี่เขาเหลือแต่ล้อเหล็ก..เพราะล้อหลังยางแตกทั้งสองล้อ จะทำงัยได้บนนี้ไม่มีร้านปะยางซะด้วย..จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทนบดล้อเหล็กบนลานหินมาเรื่อยๆ ..ล้อหลังพี่ยุ้ยก็มีเพียงถุงน่องบางสวมทับไว้เท่านั้น สงสารจริงๆ..ตัดใจถอดถุงเท้าสีชมพูแสนสวย..สละให้พี่เขาสวมทับมาอีกชั้นเพื่อช่วยชลอไม่ให้ล้อเหล็กสึกเร็วเกินไปนะ..ironfoot..นะ
ย้อนลงมาจากยอดภูวัว ..เลาะเรียบชมทุ่งดอกไม้และน้ำตก..ในอีกเส้นทางเป็นวงรอบ..วนมาเข้าเส้นทางเดิมตรงจุดชมวิวแล้วกลับลงมาตามเส้นทางเดิมจนถึงที่ทำการเขตฯ ภูวัว ..ลงมาถึง..หมดสภาพไปตามๆ กัน ล้มตัวนอนเอนหลังพักผ่อนกันหน่อย ปรากฏว่าหลับไปด้วยความอ่อนเพลียกันเรียบ..ก็ไม่ได้นอนมาทั้งคืนแล้วยังตะลอนขึ้นไปปีนป่ายชื่นชมดอกไม้..จนเย็นย่ำอีกนี่น๊า
มาตื่นอีกทีก็ได้เวลากินข้าวเย็นพอดี ลุกขึ้นมาช่วยกันหุงหาอาหาร..พอเสร็จสรรพก็ลงมือกินกันเลย ..แล้วแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวนอนกันในหอประชุมนั้นแหละ..บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายคงทนเห็นไม่ได้..วนเวียนเปลี่ยนหน้ากันมาเรียกให้เข้าไปนอนในบ้านพักซึ่งว่างอยู่หลายหลัง..พวกเรายืนยันขอนอนที่นี่ ..สุดท้ายพี่ๆเขาก็ล่าถอยไม่มาเรียกอีก..ปล่อยให้เรานอนละเมอหลับฝันดีต่อไป..จนเช้า
|