หน้าแรก > บันทึกการเดินทาง > น้ำตกห้วยปิ
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้
บุ๊คมาร์คหน้านี้

ดูรูปทั้งหมดในการเดินทางนี้ น้ำตกห้วยปิ

เรื่องโดย แมวมอมแมม , ภาพโดย แมวมอมแมม , มกราคม 2003

 
การเดินทางวันนี้พวกตัวกระทัดรัดฉบับกระเป๋าค่อนข้างได้เปรียบเพราะต้องมุดดงไผ่ตลอดเรียกว่าแทบมองไม่เห็นท้องฟ้ากันเลย ยิ่งเดินเรายิ่งไต่เขาขึ้นทุกที ทุกที
 
 

ได้ฤกษ์สักกะที

          "นี่ ! ไอ้เก๋ เมื่อไหร่แกจะได้ฤกษ์ส่งเรื่องให้ชั้นสักที ดองจนมันเค็มได้ที่แล้วมั้ง"
          เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก้อไม่รู้ที่พี่เก่งทวง หลังจากที่กลับจากเขาทุ่ง เรารับปากอย่างดิบดีว่าจะเขียนเรื่องส่ง แต่รู้สึกอุปสรรคมันเยอะเหลือเกิน เขียนไปได้หน่อยนึง ก้อไม่สบายต้องหยุดไปพักนึง พอเริ่มมีอารมณ์เขียนปรากฏว่าคอมพ์เจ๊ง เพิ่งซ่อมเสร็จเนี่ยแหล่ะ เฮ้อ…ไม่รู้อาถรรพ์อะไรกันนักกันหนา ว่าแต่ว่าพวกเราเนี่ยสงกะสัยจะโดนไสยดำของชาวพะโต๊ะมั้ง เวลาเค้าโทรมาชวนนี่ ใจง่ายหอบเสื้อผ้าตามมาทุกกก..ที ยิ่ง Trip นี้ เป็น Trip สำรวจเขาทุ่งเส้นทางใหม่ ซึ่งยังไม่มีคณะไหนเปิดบริสุทธิ์มาก่อน ได้พี่บ่าวไข่ซึ่งเคยท่องเที่ยวบนนี้เมื่อประมาณ 10 ล่วงมาแล้วเป็นคนนำทาง งานนี้ลุ้นกันมันละฮับ ว่าเช้าวันอังคารจะถึงกรุงเทพรึป่าว (ถ้าพลาด สงกะสัยซองขาว วางบนโต๊ะทำงานแน่ แน่)

ลุยเมืองระนอง…

          พอมาถึงฟ้าเพิ่งเริ่มเปิด เราก้อเริ่มสอดส่ายสายตาหาสาวบี (นัดเจอกันปลายทางที่โชคอนันต์ เอ..คนไหนหว่า และแล้วเราก้อได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก โทรคุยกันตั้งหลายหน เพิ่งเจอตัวเป็น ๆ กันเนี่ยแหล่ะ
ตั้งนานที่หน่วยก้อยังไม่มีใครมารับ พี่เสริฐ, พี่เก่ง, บาส, เจ๊อ๋อ และเรา เลยถือโอกาสสำรวจตลาดระนองด้วยการไปกินติ่มซำ แล้วพี่เสริฐก้อบอกว่ามื้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายของพวกเราที่ได้กินอย่างอร่อย ขอให้กินกันให้เต็มที่ อืมม์…เต็มที่กันจริง ๆ กินซ้าาา..จนเอาเข่งติ่มซำมาสร้างคอนโดได้เลย กลับมาที่โชคอนันต์ เป้ทุกคนอันตรธานหมด ที่แท้รถจากหน่วยมาถึง ขณะที่พวกเรายังสนานกะติ่มซำกันอยู่ น้อง ๆ เลยแบกมาใส่รถให้

เฮียกอล์ฟ มากับชุดโรงพยาบาล
          มุขแรกที่ชาวพะโต๊ะนำมาต้อนรับถึงระนองก้อนี่เล้ย… เฮียกอล์ฟในชุดผู้ป่วยโรงพยาบาลระนอง ประมาณว่าพี่ท่านเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง แต่ด้วยหน้าที่ก้อต้องตะเกียกตะกายมารับ เล่นเอาสาวบีกะพี่เสริฐหน้าซีด คิดว่าเฮียแกได้รับอุบัติเหตุจริง ๆ ซะแล้ว แต่ขอโทษงานนี้ไม่ได้แอ้มเรากะพี่หมึกดำหรอก โดนมาจนไม่เชื่อใจอีกแล้ว แต่ยอมรับว่าทุ่มทุนสร้างกันจริง ๆ อุตส่าห์ขโมยชุดมาจากโรงพยาบาลมาเล่น

          ก่อนมาที่นี่อุตส่าห์ถามสภาพดินฟ้าอากาศอย่างดี พี่ท่านบอกว่า "โอ๊ย สบาย แล้งมาหลายอาทิตย์แล้ว" แต่พอพวกเรามาถึงไหงมีเมฆฝนตั้งเค้าทะมึนมาแต่ไกลฟะเนี่ย

          พอมาถึงหน่วยหลังจากที่ทำความรู้จักป้าแต๋วกะพี่พรานใหญ่ที่ล่วงหน้ามาร่ำสุรากันก่อนแล้ว ก้อเริ่มสูตรเดิมเป๊ะ คือเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมสัมภาระที่จำเป็นในการเข้าป่า อ้อ ! ขนาดว่าระวังตัวมาเป็นอย่างดียังอุตส่าห์โดนอั่ย…ซัด หลอกให้กินใบกระท่อมจนด้ายย.. เล่นเอาเมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินเลย

แบกเป้ขึ้นเขา…

ดอกบัวผุดที่ยังไม่บาน
          และแล้วขบวนการขนหมู เอ้ย ! ขนหนุ่มสาวที่น่ารักทั้งหลายเพื่อไปปล่อยป่าก้อเริ่มอุบัติขึ้น เริ่มแรกก่อนเดินคือ ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับเจ้าสัตว์แสนรัก กระหน่ำทาทั้งยาฉุนแช่น้ำผสมปูนกินกะหมากของพี่หมึกดำ สเปรย์ยาฉุนสูตรน้องกบ ตะไคร้หอมของบาส เฮ้อ…จาเอาอยู่มั้ยเนี่ย

          พอเริ่มเห็นทางเดิน ก้อเริ่มคิดได้ว่า เอ !! นี่ตูข้าฯ หาเรื่องลำบากใส่ตัวอีกแล้วเหรอเนี่ย อยู่บ้านนอนสบาย ๆ ไม่ชอบ กระเสือกกระสนหาความลำบากเหลือเกิน ก้อเส้นทางที่เดินน่ะ มองไปเห็นแต่ ทางขึ้นแล้วก้อขึ้น หาทางลงไม่เจอเล้ย เมื่อเดินมาพอเหงื่อชุ่มหลังก้อถึงเวลาหม่ำกันแล้ว ตอนนี้ชักเริ่มเห็นรำไรแล้วว่าหนทางข้างหน้าไม่มีน้ำแน่นอน เฮียกอล์ฟแกเลยให้รวบรวมขวดน้ำแล้วก้อไปเดินหาแหล่งน้ำ ปรากฏว่ากลับมามือเปล่าพร้อมข่าวดีก้อคือ เจอดงบัวผุดห่างจากที่กินข้าวไปไม่เท่าไหร่ พอเก็บของเรียบร้อยพวกเราก้อไปชักภาพบัวผุดกลับมาให้ผองเพื่อนได้ชื่นชม

          อ้อ ! เดินไปอีกหน่อยก้อเจอรังหมู ลักษณะเหมือนเป็นพวกเศษหญ้ามาสุม ๆ กันจนเป็นเนินขึ้นมา และมีรูเล็ก ๆ สำหรับมุดเข้า ตอนแรกก้อนึกว่าโดนอำอีกแล้ว แต่ได้รับการยืนยันว่าเป็นรังหมูจริง ๆ เอ ! มันเข้าไปได้งัยหว่า รูเล็กนิดเดียว แล้วครอบครัวมันจะอยู่กันพอเหรอเนี่ย ?? หลังจากสนุกสนานกับการชักภาพกันแล้ว ก้อเริ่มทรมานร่างกายตัวเองต่อ แต่สงกะสัยว่าพระพิรุณคงเห็นพวกเราร้อนกันมาก เลยกระหน่ำฝนลงมาให้ถ้วนทั่ว เฮ้อ!! เดินขึ้นเขาอย่างเดียวทางชัน ชัน ก้อทุลักทุเลพอแล้ว มาเจอทางลื่น ๆ กะเป้อุ้มน้ำอีกสุดจะบรรยายจริง ๆ

อาทิตย์ยามเย็น ที่จุดพักแรม
          ในที่สุดเราก้อมาถึงจุดพักคืนแรก สภาพพื้นดินหลังจากที่พวกเราเดินย่ำกันจนเละ ประมาณว่าถ้ามีข้าวเปลือกมาหว่านไว้ ครั้งหน้าขึ้นมานี่เกี่ยวข้าวได้แน่ ๆ พอตั้งแคมป์กันเสร็จพระพิรุณก้อประทานน้ำให้อีกรอบนึง คงรู้ว่าพวกเรามีน้ำมาจำกัดมั้ง งานนี้ได้น้ำจากฟลายชีตอีกสองถุงใหญ่ ๆ เพียงพอในการใช้ไปอีกวันนึง

          ตั้งแต่ออก Trip มาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำกับข้าวกันเร็ว บ่ายสามก้อเริ่มทำแล้ว อ้อ!! ม่ายอยากจะคุย trip นี้เราได้โชว์ฝีมือ (ที่ไม่ค่อยจามี) ทำกับข้าวเองด้วย แหม ! ก้อปกติน่ะ จองแต่หน้าที่กิตติมศักดิ์ตลอด (แหะ แหะ พูดง่าย ๆ ก้อล้างจานน่านแหล่ะ) ได้ยินพี่เชษฐ์แอบบ่นอุบอิบว่า “แล้วตูจาแหลกล่ายมั้ยเนี่ย” แหม! ไม่ค่อยดูถูกันเลยนะ อร่อย ไม่อร่อยก้อเห็นกินกันหมดแหล่ะน่าาาา กำลังตั้งวงทำกับข้าวกันอยู่ดี ๆ สักพักได้ยินเสียงร้องดังแว่วมา ปรากฏว่า เจ๊อ๋อ นอนท่าไหนก้อม่ายรู้หล่นตุ้บจากเปลลงมา พร้อมกับภาพกึ่งเปลือยท่อนล่างอยู่ในสายตาป้าแต๋วพอดี เอ ! งานนี้ใครโชคดี ใครโชคร้ายล่ะเนี่ย ???

อั่ย…ซัด รำพัน

          คืนนี้แต่ละคนไม่ค่อยมีเสียงกันเท่าไหร่ เนื่องจากเจอทั้งทางชันและสายฝน กินยากันคนละเม็ดสองเม็ดแล้วประจำที่ ขณะที่เรากะลังสวดมนต์ก่อนนอนอยู่ดี ๆ มีเสียงจากเปลข้างล่างคุยกันแว่ว ๆ เข้าหูมาว่า

          "…เห็นพี่เป็นคนสนุกสนานเฮฮาบ้าบออย่างนี้ แต่พี่ก้ออยากจะมีใครสักคนดูแล ห่วงใย เอาใจใส่บ้าง…."
          "…เราอุตส่าห์โทรไปหาเค้าที่กรุงเทพ แต่เค้ากลับรอโทรศัพท์ของคนอื่นอยู่…"

          งานนี้เล่นเอาเราแทบปล่อยก๊ากให้ได้ ม่ายรู้ว่าหลวงพ่อกระเจิงไปไหนบ้าง ต้องนิมนต์กลับมาฟังเราสวดใหม่อีกรอบ ขอโทษนะพี่เชษฐ์ ข้าพเจ้าไม่ได้แอบฟัง แต่มันได้ยินเองอ่ะ

เดินหน้าสู่น้ำตกห้วยปิ

          รุ่งขึ้นเราเริ่มออกเดินทางทวนสายน้ำ ย่ำรอยกระทิง เรียกว่าเดินทับรอยมันขึ้นเขาเกือบทุกฝีก้าว ดีนะที่เป็นรอยเมื่อคืน ถ้าเป็นรอยตอนเช้า ไม่ใครก้อใครได้วิ่งกันมั่งล่ะน่า…แต่การเดินทางวันนี้พวกตัวกระทัดรัดฉบับกระเป๋าค่อนข้างได้เปรียบเพราะต้องมุดดงไผ่ตลอดเรียกว่าแทบมองไม่เห็นท้องฟ้ากันเลย ยิ่งเดินเรายิ่งไต่เขาขึ้นทุกที ทุกที เมื่อถึงยอดเขาหลังจากนั่งพักเหนื่อยกันเรียบร้อยแล้ว พี่กอล์ฟกะพี่บ่าวไข่ก้อเริ่มแถลงการณ์ เกี่ยวกับชะตากรรมของคณะเรา มีเสียงดังแว่ว ๆ ขึ้นว่า "เอ…งี้หลงใช่ป่ะเนี่ย" เฮียกอล์ฟแกรีบบอกทันทีว่า “อืมม์..ที่เราเดินมาเนี่ย เค้าไม่ได้เรียกหลงหรอก แค่เดินออกนอกเส้นทางนิดหน่อย…” แหะ แหะ แววมันออกตั้งแต่รู้ว่ามากับคนแบกเป้แล้ว มาทีไร ได้หลงกัน ทุ้กก..ที จากนั้นเราเลยได้ข้อสรุปกันใหม่ว่าเราจะเปลี่ยนการสำรวจน้ำตกเหวรูมาเป็นน้ำตกห้วยปิแทน ว่าแล้วก้อเคลื่อนขบวนกันต่อไป ช่วงแรกที่เดินตัดเขา เมื่อเจอใบหูหมีที่ขึ้นอยู่ข้างทาง พี่กอล์ฟบอกกับพวกเราว่า นี่แหล่ะของอร่อย หากินยาก พร้อมกับร้องบอกให้น้องกบเด็ดไว้เพื่อเป็นเสบียง แต่พอเดินไปสักพักก้อพบว่า เอ…ยิ่งเดิน ความถี่ในการเจอก้อยิ่งเพิ่มขึ้นทุกที ทุกที อืมม์…เขาลูกนี้น่าจะตั้งชื่อว่าเขาหูหมี ซะดีมั้งเนี่ย ???


อ่านต่อหน้า . 1 . 2   อ่านต่อหน้า 2 >>
อ่านบันทึกการเดินทางเรื่องอื่น ๆ  
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   บุ๊คมาร์คหน้านี้