หน้าแรก > บันทึกการเดินทาง > หมึกเน่า เข้าประถม
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้
บุ๊คมาร์คหน้านี้

ดูรูปทั้งหมดในการเดินทางนี้ หมึกเน่า เข้าประถม

เรื่องโดย นังรอง , ภาพโดย นังรอง , มกราคม 2003

 
กรี๊ด กรี๊ด….ทาก เสียงลั่นบ้านอีกครั้ง คราวนี้วุ่นวายกันใหญ่ ยานวดแก้เมื่อยถูกเอามาใช้ป้ายไอ้ตัวประหลาดนั่น เพื่อให้มันยอมปล่อยเจ้านาย ไม่งั้นมันเกาะไม่ยอมหลุด เพื่อนเจ้านายโยนมันออกจากบ้านมาตุ๊บอยู่ข้าง ๆ หนู อี๋! แกเป็นใครน่ะทำไมหน้าตาน่าเกลียดจัง "ทาก ใคร ๆ ก็เรียกฉันว่าทาก ใคร ๆ ก็กลัวฉัน เพราะฉันกินเลือดเป็นอาหาร ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า"
 
 

น้องเชอรี่
          อะฮ้า วันนี้แดดดีจัง ลมก็พัดแรง อย่างนี้หนูจะได้แห้งสบายซะที ดีนะที่เจ้านายอาบน้ำให้เมื่อคืนวาน ไม่งั้นพาลจะเป็นลมตาย ตัวเหม็นหึ่งเลย จะคุยกับใครก็ไม่มีใครคุยด้วย เอาแต่ทำหน้าร้อง ยี้! จะว่าไปต้องขอบคุณนายแม่เจ้าค่ะ ที่สั่งให้เจ้านายอาบน้ำให้หนู "ลื้อเอาปลาหมึกเน่า 2 ตัวนี้ไปซักเดี๋ยวนี้เลยนา อั๊วจาอ๊วกแตกอยู่เลี้ยว" ปลาหมึกเน่า เขาเรียกหนูซะเสียหาย โอ๊ะโอ! ขอโทษค่ะ บ่นมาได้ตั้งนานยังไม่ได้แนะนำตัวเลย "ชื่อเชอรี่ค่ะ" ก่อนหน้านี้ก็อยู่สบายๆ เจ้านายพาไปเที่ยวบ้าง แต่ไม่เห็นต้องเหม็นอย่างนี้เลย เมื่อสี่ซ้าห้าวันก่อนสิ เจ้านายพาหนูไป ไกล๊..ไกล

          เชอรี่ : สวัสดีจ๊ะ หนูเชอรี่ พี่ล่ะชื่ออะไร ?
          จินนี่ : จินนี่จ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จัก
          เชอรี่ : เราจะไปไหนกันน้า เจ้านายพี่บอกมั๊ย
          จินนี่ : ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่เจ้านายบอกว่า ต้องเลือกพี่ไปเพราะตัวใหญ่กว่ายัยจีน่า เห็นว่าต้องเดินทางไกล ไม่งั้นพี่ก็คงอดมา
          เชอรี่ : อุ๊ยโหย! เขาดับไฟแล้ว ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ
          (2 ชม ผ่านไป)
          หนาวจังพี่ พี่จินนี่หนาวมั๊ย
          จินนี่ : คร้อก…ก ฟี้ จั๊บ ๆ คร้อก….ก ฟี้

แสตมป์ตราสถานที่ท่องเที่ยว
กิจกรรมใหม่ของใครหลายคน
          "ตื่นได้แล้วเด็กน้อย เขาลงรถกันไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็เลยไปเชียงคานหรอก" เสียงเจ้านายแว่วมาตอนหนูสะลืมสะลือ

          ฮ้าว…..ว ง้วง….ง่วง ปรื๊อ! หนาวจังเลยที่ไหนเนี่ย เมืองแห่งทะเลภูเขา หนาวสุดในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู ไม่เห็นรู้จักเลย

          "ก็เลยไงครับ จังหวัดเลย" อะแฮ้ม! ผมชื่ออั๊วจายครับ ยินดีที่ได้รู้จักสาว ๆ ทั้งสอง ตรงนี้เรียกผานกเค้า เดี๋ยวแปดโมงเช้าเราจะขึ้นภูกระดึงกันครับ ตอนนี้ผมขอตัวไปถ่ายรูปกับเจ้านายก่อนนะครับ

          ภูกระดึง หรอ อ๋อ! ที่เจ้านายอยากไปนี่เอง ที่แท้เจ้านายพาหนูมาเที่ยวภูกระดึงนี่เอง ดีจังเลย ไม่เคยจากบ้านมาไกลขนาดนี้ ดูสิพี่จินนี่ สวยจังเลย เมฆขาวหนาลอยอ้อยอิ่งบนพื้นหญ้า เอ! หรือว่าเมฆแอบมานอนหลับ เอ! หรือว่ามีความลับกับต้นหญ้า แอบมากระซิบกัน

          ทางเดินขึ้นภูไม่ชันเท่าไหร่ แล้วก็เป็นขั้นบันได เดินง่ายค่ะ บางช่วงที่อันตรายก็มีราวเหล็กให้เกาะไป พี่อั๊วจายบอกว่าเมื่อหลายปีก่อนไม่เป็นอย่างงี้ ต้องค่อย ๆ ปีนไป ฝนตกก็จะลื่นมาก อันตราย หนูโชคดีเกิดเป็นคนรุ่นหลังก็เลยสบาย

          แต่ก็ไม่ง่ายไปซะหมดนะคะ มาเที่ยวปลายฝนอย่างงี้ มีเละค่ะ บางที่ไม่มีที่แห้งจริงๆ เจ้านายก็ต้องพาหนูลุยไป อี๋ ทั้งเละทั้งลื่น หนูงี้ดำปี๋เชียวล่ะค่ะ พี่อ๊วจายลื่นไถลหน้าขมำไปที หมดหล่อเลยค่ะ เหตุเพราะเจ้านายพี่เขาแบกกล้องเป็น 10 โล ขาอีก 4 โล กำลังปีนๆอยู่ดันมีคนโทรมาหา มัวแต่คว้ามือถือมาคุยก็เลยพลื่น..น (พลาด + ลื่น ไงคะ อิ อิ)

          กว่าจะถึงซำแฮก จุดพักแรก เหงื่อแตกกันพอดู พักกันหายเหนื่อยนึกว่าจะเดินต่อ พวกเจ้านายพากันเข้าร้านค้าข้างทาง "ป้าน้ำแข็งไสถ้วย" "เอาด้วยป้า" พอไปถึงซำหน้า เอาอีกแล้ว "ป้าน้ำแข็งไส" "ไม่มีจ้ามีแต่น้ำแข็งทุบ" เป็นอย่างงี้อีกเกือบทุกซำ มีกี่ซำเจ้านายแวะหม่ำน้ำแข็งไส น้ำแข็งปั่น จนหนูว่าหน้าจะเปลี่ยนชื่อเป็น ซำน้ำแข็งไสนะคะ พอสูงๆขึ้นไป เป็นซำน้ำแข็งทุบ เอ! แล้วบนยอดภูจะมีซำน้ำแข็งอะไรดีน้า ?

บันทึกเดินทาง
          ประมาณเที่ยงหนูก็ได้มาอยู่บนยอดภูแล้วค่ะ วู้..วู้ อากาศสดชื่นจัง มองไปเห็นต้นสนบนลานกว้าง อีกด้านเป็นหน้าผา มองเห็นได้ไกลสวยม๊าก…มากค่ะ ช่วงสุดท้ายนี่มีบันไดเหล็กชัน ๆ ให้ปีนค่ะ พี่อั๊วจายมาถึงเป็นคนสุดท้ายพร้อมเสียงปรบมือกันใหญ่ ไม่ใช่อะไร รอโพสท่าถ่ายรูปอยู่ค่า แหม! ก็เขามีป้ายบอกว่า “ข้าคือผู้พิชิตภูกระดึง” ตั้งไว้ อดไม่ได้ค่ะ อดไม่ได้

          ผ่านระยะทาง 5 โลขึ้นเขามาได้ ทาง 3 โลกว่าทางราบจากหลังแปไปที่พักก็จิ๊บ ๆ ไปเลยค่ะ ช่วงบ่ายฝนตกหนักมากทั้งที่แดดเปรี้ยง ทำให้ตอนเย็นที่ไปผาหมากดูกแฉะไปตลอดทาง ฝนตกอย่างงี้ไม่มีพระอาทิตย์ตกให้ดู แต่เห็นวิวสวยค่ะ ยอดภูผาจิตที่น้ำหนาวเด่นมาก เพราะเป็นยอดเขาหัวตัด ต่างจากลูกอื่นๆที่หัวแหลม
"เงินหมด !?" เสียงพวกเจ้านายร้องลั่นออกมาจากบ้าน “มื้อกลางวัน 500 เป็นค่าข้าวซะ 300 ที่เหลือโค้กกับน้ำแข็ง มื้อเย็น 700 ข้าวโถละ 170 น้ำแข็งเหยือกละ 50 ต้องอยู่บนนี้อีก 3 วัน ต้องเก็บตังเพิ่มแล้วล่ะ” หลังจากนั้นพวกเจ้านายก็งึมงำ ๆ กันใหญ่ ได้ยินเสียงลื้อถุงเสบียงออกมาเช็คกัน หนูได้คำตอบแล้วค่ะว่าบนยอดภูมีซำน้ำแข็งอะไร ซำน้ำแข็งแพงค่ะ

          ซำน้ำแข็งไส ซำน้ำแข็งทุบ แล้วก็ซำน้ำแข็งแพง … คิก คิก ^-^

          "ตื่นได้แล้ว นี่ภูกระดึงนะไม่ใช่ใกล้ ๆ จะมาได้ทุกวัน"
          ฮ้าว! ตี 5 เองนะ เสียงหนูโอดครวญเบา ๆ ไม่มีใครเขาสนใจ ไปไป ผานกแอ่น หนูออกเดินฝ่าสายหมอกที่หนาปกคลุมตัวขนาดว่าไฟฉายส่องไปไม่เห็นทาง เดินไปได้ไม่นานฝนก็ตกลงมา พวกเจ้านายจึงยอมพากันกลับบ้าน

          "กรี๊ด กรี๊ด….ทาก" เสียงลั่นบ้านอีกครั้ง คราวนี้วุ่นวายกันใหญ่ ยานวดแก้เมื่อยถูกเอามาใช้ป้ายไอ้ตัวประหลาดนั่น เพื่อให้มันยอมปล่อยเจ้านาย ไม่งั้นมันเกาะไม่ยอมหลุด เพื่อนเจ้านายโยนมันออกจากบ้านมาตุ๊บอยู่ข้าง ๆ หนู อี๋! แกเป็นใครน่ะทำไมหน้าตาน่าเกลียดจัง "ทาก ใคร ๆ ก็เรียกฉันว่าทาก ใคร ๆ ก็กลัวฉัน เพราะฉันกินเลือดเป็นอาหาร ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า ไม่เห็นหรอเจ้านายแกเลือดอาบอยู่นั่นไง แหมเสียดายจริงๆ ยังกินไม่อิ่มเลย หึหึ แต่แกไม่ต้องกลัวฉันหรอกหมึกน้อย แกมันแค่ทางผ่าน ช่วยไม่ได้ก็เจ้านายแกไม่ใส่ถุงกันทากนี่ ฉันถึงเข้าไปกินเลือดได้ง่าย ๆ"

          หนูสลบไปนานแค่ไหนไม่ทราบ จำได้ลางๆ ว่าเจ้าทากแสยะยิ้ม เห็นเลือดติดที่ปากมัน เท่านั่นหนูก็หมดสติไปเลย เอ๊ย! หรือว่าแค่ฝันร้ายหว่า สงสัยเมื่อวานเดินมากไปหน่อย


อ่านต่อหน้า . 1 . 2   อ่านต่อหน้า 2 >>
อ่านบันทึกการเดินทางเรื่องอื่น ๆ  
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   บุ๊คมาร์คหน้านี้