หน้าแรก > บันทึกการเดินทาง > เดินป่าช่องเย็น – ล่องแพอุ้มผางคี
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้
บุ๊คมาร์คหน้านี้

ดูรูปทั้งหมดในการเดินทางนี้ เดินป่าช่องเย็น – ล่องแพอุ้มผางคี

เรื่องโดย Hibiscus , ภาพโดย เอเวอร์เรสต์ , กันยายน 2002

 
เราสะดุ้งตื่นมาเพราะแรงกระแทกของล้อรถกับถนนที่ค่อนข้างจะขรุขระ นี่คงจะใกล้ถึงอช.แม่วงก์แล้ว ดูนาฬิกาตอนนี้ก็เวลาประมาณตีสามครึ่ง ทำไมถึงเร็วจัง ปกติใช้เวลา 3 – 4 ชั่วโมง ก็คงประมาณนี้มั๊ง แต่รู้สึกว่าตัวเองยังนอนไม่เต็มอิ่มเลยอ่ะ แถมหลับต่อไม่ได้แล้วเพราะรถกระโดดมากเลย มองออกไปข้างนอกฟ้าใกล้สว่างนี้สวยจัง ดาวยังส่องแสงแพรวพราวอยู่เต็มท้องฟ้าประหนึ่งว่าจะไม่ยอมส่งต่อหน้าที่ให้กับเจ้าแห่งแสงตะวัน
 
 

ช่องเย็น มีนักท่องเที่ยว<BR>





มากางเต็นท์กันไม่มากนัก
ช่องเย็น มีนักท่องเที่ยว
มากางเต็นท์กันไม่มากนัก
       เส้นทางเดินป่าอีกเส้นหนึ่งที่เราปรารถนาจะได้ลิ้มลองความยากลำบากและสัมผัสความสวยงามตามธรรมชาติที่สร้างสรรปั้นแต่งขึ้นด้วยตัวของมันเอง แรกๆก็ยังนึกหวั่นอยู่ในใจว่าจะสามารถเดินระยะยาวข้ามจังหวัดได้หรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสแต่ไปเที่ยวแบบทริปสั้นๆและเส้นทางไม่ค่อยโหดนัก แต่พอได้พูดคุยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่กัณฑ์ หัวหน้าทริปของเรา ในเรื่องเส้นทางและลักษณะสภาพป่าและทิวทัศน์ระหว่างทาง ทำให้เราตัดสินใจที่จะท้าทายความอึดของตนเองอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีโอกาสเดินระยะทางไกลมาแล้วเมื่อต้นปี สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจก็คือพวกเราจะย่ำเท้าลงบนถนนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเหตุผลทางยุทธศาสตร์

       แต่ไม่ได้เปิดให้ใช้งานเป็นเวลา 15 ปี เนื่องด้วยเหตุผลบางประการของคนในยุคนั้น ถนนนี้เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านป่าแม่วงก์ ซึ่งอยู่ในเขต อช.แม่วงก์ จ.กำแพงเพชร เริ่มต้นจากช่องเย็น - กม. 30ไปจนถึง อ. อุ้มผาง จ. ตาก ระยะทางโดยประมาณ 30 กิโลเมตร และสีสรรของทริปนี้อีกอย่าง ก็คือ การล่องแพยางไป บ.อุ้มผางคี พี่กัณฑ์บอกว่า ทริปนี้คงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะมีทั้งการเดินป่าและการล่องแพยาง ซ้ำอาจจะต้องเจอฝนตลอดที่ขาดไม่ได้ก็คือ อมดูดเลือดตัวจิ๋ว เพื่อนที่คอย ชูคอต้อนรับเราเสมอ อันนี้เลี่ยงไม่ได้จริงๆ เอ้อ !!! ก็ไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่นี่ งานนี้คงมีกรี๊ดอีกตามเคย ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวก็ชิน แล้วจะเลิกกลัวไปเอง แต่ทว่า …ก็ไม่เห็นจะหายกลัวสักทีไม่ว่าจะผ่านมากี่ป่าแล้วก็ตาม….

โบกมือลา กทม.

คนนำทางของเรา
คนนำทางของเรา
       แล้ววันที่ตั้งหน้าตั้งตารอก็มาถึง เราตื่นเต้นมาก ก็นานๆ จะมีทริปยาวๆแบบสะใจสักที งานนี้เขาว่าโหด เจอทั้งฝนทั้งทาก เราเลยตัดสินใจไม่พกกล้องไป อาศัยไปโผล่หน้าในกล้องเพื่อนๆแทนจุดนัดพบที่ ปั๊มน้ำมัน ปตท. เหมือนเดิม สมาชิกก็หน้าเดิม อ้อ! มีหน้าใหม่หลงมาหนึ่งหน่อลักษณะสูงยาวเข่าดี ท่าทางจะเดินเก่ง ดูแบกเป้ทะมัดทะแมงดี แต่เอ.. สะพายกระบอกอะไรมาด้วยหว่า จะว่าขาตั้งกล้องก็ไม่น่าใช่ ก็ไม่เห็นสะพายกล้องเลย สงสัยจัง เราก็นะ เห็นเด็กใหม่ไม่ค่อยจะได้ด้วยสิ เลยทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์แทน พี่กัณฑ์ดูแลน้องใหม่ อ่ะแฮ้ม (อย่าแซว…รู้นะ) สมาชิกเริ่มทะยอยมาที่จุดนัดจนครบยกเว้นหัวหน้าทริปของเราซึ่งยังไม่ปรากฎตัวให้เห็นเลย พวกเราก็กระวนกระวายใจเพราะเลยเวลานัดมานานแล้ว แต่ก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ จนประมาณเกือบๆ 5ทุ่ม พี่กัณฑ์ก็มาถึง แล้วเราก็รู้ว่าแกติดธุระกระทันหันไม่สามารถร่วมทริปได้ แต่ได้ส่งขุนพลมือขวา พี่สองปม ( สมปอง ) เป็นหัวหน้าทริปแทน

       แต่พวกเราก็ไม่เห็นหน้าพี่ปองมาด้วยเลย พี่กัณฑ์บอกว่าคุณพี่สมปองรออยู่ที่ร้านไก่ย่างโคราช ว่าแล้วพวกเราก็ยกขบวนไปรับพี่ชายที่แสนดี มาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแบบกระทันหัน ร้านที่ว่านี้ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แถวๆ ตึก UCOM เป็นร้านประจำ ไม่รู้ติดใจอะไรนักหนากับร้านนี้ ขอกระซิบว่า ถ้าอยากจะเจอพี่ปองน่ะ ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอก พี่แกจะสิงสถิตย์อยู่ที่นี่ทุกวันหลังเลิกงาน สงสัยจะรับจ้างย่างไก่อยู่ที่นั่น อุอุอุ …พอเราไปถึงก็แทบจะลากตัวมาเลยล่ะ ท่าทางพี่แกกำลังจะเ ม า… มัน กะไก่ย่างอยู่ด้วยอาการ กรึ่มๆ แบบกำลังได้ที่ใบหน้าบ่งบอกว่าไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไรนักเมื่อเห็นพวกเราไปรับถึงร้าน ก็คุณพี่เธออยู่ในชุดที่เตรียมพร้อมจะลุยราตรี ไม่ใช่ชุดลุยป่าอย่างเช่นเคย แต่เอ.. แล้วพี่แกจะเอาชุดที่ไหนมาใส่เดินป่าหว่า..สงสัยอีกแล้วนับจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้คุมบังเหียนที่จะนำเราไปสู่จุดหมายด้วยคชาสี่ล้อพร้อมแอร์เย็นฉ่ำ เสียงพูดคุยค่อยๆหายไปจนกลายเป็นเงียบได้ยินแต่เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอเข้ามาแทนที่ สลับกับเสียงกรนเบาๆของใครบางคน เหนื่อยล้าจังเลยสำหรับวันนี้แต่ในใจก็พร่ำบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้แล้วที่จะได้เติมพลังให้กับชีวิตอีกครั้ง…

พร้อมลุย !!!

จากช่องเย็นมุ่งสู่ถนนสายเก่า
จากช่องเย็นมุ่งสู่ถนนสายเก่า
       เราสะดุ้งตื่นมาเพราะแรงกระแทกของล้อรถกับถนนที่ค่อนข้างจะขรุขระ นี่คงจะใกล้ถึงอช.แม่วงก์แล้ว จองดูนาฬิกาตอนนี้ก็เวลาประมาณตีสามครึ่งแต่ทำไมถึงเร็วจังล่ะ ปกติใช้เวลา 3 – 4 ชั่วโมง ก็คงประมาณนี้มั๊ง และรู้สึกว่าตัวเองยังนอนไม่เต็มอิ่มเลยอ่ะ แถมหลับต่อไม่ได้แล้วเพราะรถกระโดดมากเลย มองออกไปข้างนอกฟ้าใกล้สว่างนี้สวยจัง ดาวยังส่องแสงแพรวพราวอยู่เต็มท้องฟ้าประหนึ่งว่าจะไม่ยอมส่งต่อหน้าที่ให้กับเจ้าแห่งแสงตะวันสมา ชิกหลายคนเริ่มขยับตัว คงจะไม่สามารถนอนหลับเช่นเดียวกับเรา ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงจุดหมายและเข้ายึดพื้นที่ ร้านอาหารสวัสดิ์การของ อช. แต่ละคนต่างก็หามุมสงบของตนเองเพื่อสานฝันต่อให้จบ ส่วนพี่ปองก็ถามว่าใครจะอาสาไปซื้อเสบียงที่ตลาดเช้าบ้าง เราก็ยกมือทั้งๆที่ตายังปรืออยู่นั่นแหละ ไม่รู้เป็นไงมาไง ตื่นมาอีกทีก็เห็นพี่ปองกะเจ้าอ๋อ (ชาย) แบกของพะรุงพะรังขึ้นมาที่ท้ายรถ แล้วพี่ปองก็บอกเราให้นอนต่อเพราะแกซื้อของเสร็จแล้วและกำ ลังจะเดินทางกลับไปที่ทำการ แป่ว !!! ตั้งใจจะทำดีสักกะหน่อยดันหลับเพลินเสียนี่ ^-^

       มื้อเช้าเราฝากท้องกันที่ร้านอาหารสวัสดิ์การของอช.อุดหนุนเขาหน่อยน่ะ อ้อ! อาหารเที่ยงด้วย พอยื่นหนังสือขอผ่านเข้าช่องเย็นเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็แจกจ่ายของส่วนกลางเท่าที่แต่ละคนจะช่วยแบกได้ แล้วก็กระโดดขึ้นรถอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยังจุดเริ่มเดินทางเท้า ณ.ช่องเย็น ซึ่งตอนนี้เรามีผู้ร่วมเดินทางอีกชีวิตหนึ่งที่ระหกระเหินจากแดนใต้มาร่วมทริปกับเราแล้วมาดักรอที่ช่องเย็น พร้อมกับคณะจากกิฟท์เฮ้าส์ ที่จะดูแลและนำทางในการเดินป่าครั้งนี้ ออกเดินทางจากที่ทำการอช.แม่วงก์ประมาณ 07.30น.แรกๆพวกเราก็ตื่นเต้นกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติตลอดสองข้างทางที่เดินผ่าน แต่สักพักเสียงก็เงียบลง …ทุกคนเข้าสู่ภวังค์กันอีกครั้ง ดูเหมือนต่างคนต่างพร้อมใจกันใช้เวลาในช่วงนี้เก็บแรงนอนพักผ่อนเพื่อพร้อมที่จะลุย เพราะหนทางข้างหน้านั้นยาวไกลและรอคอยพวกเราให้เข้าไปสัมผัส….

เส้นทางจะมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า
เส้นทางจะมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า
ด้านหน้าคือจุดหมาย
ด้านหน้าคือจุดหมาย

       เส้นทางจากที่ทำการ อช.แม่วงก์ ไปยังช่องเย็นนั้นเป็นถนนลาดยางเก่า ๆ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ซึ่งทาง อช.จะอนุญาติให้รถ ขึ้น-ลง เป็นเวลาเหมือนกับที่ อช.แก่งกระจาน ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า พอถึงช่องเย็นแทบจะไม่อยากลงจากรถตู้เลย ข้างนอกมีหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณบรรยากาศเหมือนตอนหน้าหนาวบนยอดดอยลมพัดเย็นยะเยือกจนต้องงัดเอาเสื้อกันหนาวมาสวมเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น  มีนักท่องเที่ยวมาปักเต้นท์กันมากมายเนื่องจากช่องเย็นเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่นักดูนกมักจะมาเก็บภาพและจดบันทึกชื่อนกชนิดต่างๆที่พบเห็นลงในสมุดบันทึกตนเอง บางกลุ่มก็มาแค่ปักเต้นท์นอนเพียงเพื่อลิ้มลองและสัมผัสความหนาวเย็นที่พัดผ่านช่องเขา บาง กลุ่มก็มาช่องเย็น เพื่อเที่ยวชมน้ำตกนางนวล ซึ่งห่างจากจุดกางเต็นท์ประ มาณ 8 กม. ป้าแต๋วสาวน้อยจากเกาะภูเก็ต ( น้อยจริงๆนะขอบอก ^_^) มายืนยิ้มแฉ่งต้อนรับพวกเราพร้อมกับทีมจากกิฟท์เฮ้าส์ อุ้มผาง จำนวน 4 คน พวกเราจัดแจงแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการเดินป่าและที่ลืมไม่ได้ก็คงจะเป็นถุงกันทากนั่นเอง …

       ส่วนพี่ปองนั้นได้แปลงโฉมกลายเป็นกระหรี่ยงแบกของไปแล้ว ทั้งชุดอภินันทนาการมาจากพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเช้านั่นเอง เป็นเสื้อยืดสีฟ้าอ่อน กับ กางเกงวอร์ม สีเขียวอื๋อ กลมกลืนกันมาก เจ้าค่ะ ^-^ สายหมอกยังคงปกคลุมไปทั่วทาง จนท.บอกเราว่าเดินพ้นจากนี้ไปแล้วอากาศก็จะกลับเป็นปกติไม่มีหมอกเหมือนกับจุดที่ช่องเย็น เราเริ่มต้นเดินเท้ากันประมาณเก้าโมงกว่าๆ ในช่วงระยะแรกเรายังคงมองเห็นเส้นทางที่ชัดเจน ลัดเลาะ คดเคี้ยวไปตามภูเขามีร่องรอยของการลาดยางบนถนนบ้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยหญ้าคา แต่ไม่หนาแน่นนัก ทิวเขาบริเวณนี้ไม่พบต้นไม้ใหญ่ แต่จะเป็นทุ่งหญ้าและดงกล้วยป่าเต็มปกคลุมภูเขาทั้งลูก โชคดีที่วันนี้อากาศดีมาก ไม่มีแสงแดดเลยลมพัดเย็นสบายตลอดเส้นทาง พวกเราเก็บภาพวิว ภูเขา ทุ่งหญ้าและป่ากล้วย ซึ่งพลิ้วสะบัดโอนใหวไปตามสายลมดูสวยงามและให้ความรู้สึกแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง สาวๆก็เริงร่า เก็กท่าถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ ชนิดนางแบบมืออาชีพยังอาย อุอุอุ


อ่านต่อหน้า . 1 . 2 . 3   อ่านต่อหน้า 2 >>
อ่านบันทึกการเดินทางเรื่องอื่น ๆ  
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   บุ๊คมาร์คหน้านี้