หน้าแรก > บันทึกการเดินทาง > ผ่านกระจกรถ
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้
บุ๊คมาร์คหน้านี้

ดูรูปทั้งหมดในการเดินทางนี้ ผ่านกระจกรถ

เรื่องโดย นังรอง , ภาพโดย หมึกดำ , กันยายน 2002

 
คุณนายชบา รับอาสาเป็นพลขับ คุณวิรงค์รอง พลคุยเป็นเพื่อนคนขับ คุณท่านอนันตโชคเป็นแม่ทัพ ส่วนคุณอรอนงค์รับถ่วงดุลคุณท่านอีกที คืองี้ ก็พอพี่แก 2 คนพากันนั่งเบาะหลัง หน้ารถก็เชิดกลายเป็นขับกระดานโต้คลื่นยังไงอย่างงั้นเชียว
 
 

ล้อหมุน

ผู้เขียน  อรอนงค์  คุณนายชบา
       " เลี้ยวซ้ายข้างหน้านี้แหละ "  เสียงคุณท่านสั่งการมาจากที่นั่งด้านหลังของรถ " เป็นทางลัด " ป้ายบอกทางไปฉะเชิงเทราอยู่ข้างหน้า คนขับชะลอรถ เลี้ยวจากถนนใหญ่สายบางนา-ตราดเข้าสู่ถนนสายเล็กๆ แต่ดึงดูดสายตาคนในรถได้มาก กว่า บทสนทนาหยุดลงชั่วขณะเพื่อหาเส้นทางที่เราจะไปกัน "  วิ่งตามถนนเส้นนี้ แล้วเดี๋ยวเลี้ยวไปทางพนมสารคราม " ภาพค่อนเด่นชัดขึ้นมาอีกหน่อย จากเมื่อวาน เรารู้แต่ว่าจะไปเขาตะกรุบ และเมื่อเช้าคุณนายก็ให้ข้อ มูลเพิ่มเติมว่าเป็นน้ำตกอยู่แถวรอยต่อ 5 จังหวัด ตอนนี้เริ่มรู้เส้นทางที่จะไปบ้างแล้วว่า รถเก๋งสีแดงคนนี้จะนำเรา 4 คนเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน

       คุณนายชบา รับอาสาเป็นพลขับ คุณวิรงค์รอง พลคุยเป็นเพื่อนคนขับ คุณท่านอนันตโชค เป็นแม่ทัพ ส่วนคุณอรอนงค์รับถ่วงดุลคุณท่านอีกที คืองี้ ก็พอพี่แก 2 คนพากันนั่งเบาะหลัง หน้ารถก็เชิดกลายเป็นขับกระดานโต้คลื่นยังไงอย่างงั้นเชียว เราแวะจอดกันที่ตลาดสนามชัยเขต เพื่อเติมเสบียงให้พร้อม ระหว่างเดินซื้อของ ป้าแม่ค้าคนหนึ่งร้องทักคุณนาย " วันนี้ไม่ซื้ออะไรหรอจ๊ะหนู เมื่อวานยังซื้อกันอยู่เลย " คุณนายถึงกับอึ้งกิมกี่ อะไรวะเพิ่งจะมาถึงเมื่อ ตะกี้นี้เอง แล้วเมื่อวานมันใครหว่า ป้า...มั่วนิ่มนี่หว่า

--- ๐ ---

ขับชมวิว

       ฟ้าใสๆ แดดดีๆ สองข้างทางเขียวขจี มีดนตรีป๊อปใสๆ จากเครื่องเสียงมียี่ห้อ ยิ่งช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับบรรยากาศในการขับรถของเช้าวันนี้ ถนนเรียบยาวตัดผ่านทุ่งนา ป่าเขียว ไร่อ้อย ยางพารา ยูคาลิป " สวยจังเลย ถนนกับฟ้ามาพบกัน " คุณนายเปรยขึ้นมา " เดี๋ยวถนนข้างหน้าจะสวยกว่านี้อีก ถนนอย่างดีตัดผ่าป่าอนุรักษ์เลยหละ " คุณท่านว่า " ที่ช้างถูกรถชนตาย เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ไง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องตัดถนนผ่านป่าด้วย " พวกที่เหลือได้แต่นั่งจินตนาการสภาพถนนข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร

       วันนี้เราจะไปเที่ยวน้ำตก พรุ่งนี้ไปเดินป่าดูกล้วยไม้หายากกัน กล้วยไม้ชนิดนี้พบเป็นแห่งที่ 2 ของโลกเชียวนะ นั่นคือแผนที่วางไว้ตามข้อมูลที่ได้มาจากหนังสือ และคำแนะนำของเพื่อนฝูง ไม่นานเราก็เข้าเขตฯ ตามถนนนั้นเกลือนกลาดไปด้วยก้อนขี้ช้างสดๆ บ่งบอกถึงปริมาณและระยะเวลาที่เจ้าของมาเยือน พวกเราหันซ้ายขวากลัวเขาจะมาจ๊ะเอ๋ อยู่เหมือนกัน สำนักงานเขตรักษาพันธุ์ฯ อยู่ไม่ไกลเป็นเรือนไม้ยกสูง เมื่อพวกเราขึ้นไปถึงกับตะลึง ตัวอะไรใหญ่มหึมา หน้าคล้ายๆควายเขาสั้น .. เฮ้ย! กระทิง นี่หว่า

--- ๐ ---

เปิดหน้าต่าง..ถามทาง

       ระหว่างที่คุณท่านกำลังสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ เรานั่งดูภาพกระทิงจากหนังสือ เงยหน้าดูเจ้าตัวที่สงบนิ่งข้างหน้า นี่ถ้ามันยังมีชีวิต คงสง่างามกว่านี้มาก กล้ามเนื้อใหญ่ทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงซากแข็งทื่อ มีร่องรอย ของกระสุนที่ปลิดชีพมันอยู่หลายรู ผช. เล่าให้ฟังว่าเจ้าตัวนี้ถูกพรานระดมยิงด้วยปืนอาก้า แต่หนีรอดมาได้ และมาล้มเอาใกล้ๆ สนง.นี่เอง ถึงยังมีซากให้เห็นครบทั้งตัว ไม่งั้นหัวคงไปติดอยู่บนฝาผนังบ้านใครสักคน

เจ้ากระทิงที่น่าสงสาร
       เหลือบไปเห็นควายอยู่หลายตัวใกล้ๆ หวังใจให้เป็นควายป่า จึงเอ่ยปากถาม " อ๋อ! ควายติดคดี " ผช. บอก พวกเราทำหน้าอึ้งๆ พันธุ์ใหม่หรือพี่ ไม่เคยได้ยิน ผช. ยิ้ม ควายติดคดีชักลากไม้น่ะ จับได้แต่ของกลางก็เลยต้องเลี้ยงไว้ 2 ปีแล้ว คดียังอยู่ในชั้นศาลอยู่เลย โถ! น่าสงสารเป็นควายอยู่ดีๆ กลายเป็นผู้ต้องหาไปเสียแล้ว แล้วนี่ไม่ต้องหา(เซนเซอร์)ที่เป็นควายด้วยหรือนี่ คิดไปเรื่อย   เมื่อถามถึงกล้วยไม้พันธ์พิเศษของที่นี่ บอกว่าอยากจะไปถ่ายรูป ผช. หัวเราะเลย ไม่ใช่แค่ยิ้ม คุณรู้ไหมว่าดอกมันเล็กเท่าเข็มหมุด ไม่ใช่หัวเข็มนะปลายเข็ม ดอกสีขาว ใบสีเขียว ต้นเล็กนิดเดียว ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่เจอ อีกอย่างดอกออกประมาณตุลาด้วย เป็นอันว่าโปรแกรมนี้ก็ต้องพับเก็บไป แต่ยังไม่วายถามต่อเรื่องความหายากของมัน หมายถึงมีแค่ไม่กี่แห่งในโลกนะ ไม่ใช่หายากเพราะเดินหาไม่เจอ ผช. ยืนยันว่าที่แรกที่พบในโลกอยู่แถวมาเลย์น่ะ ไม่เจอแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่ที่นี่แหละ แล้วเราไม่ได้ทำการวิจัยกันหรอ ถามต่อ คราวนี้แกทำหน้าเบื่อๆ เหมือนเราถามคำถามโง่ๆ ที่ให้แกต้องตอบเป็นครั้งที่ 1753 เอาล่ะจะเล่าให้ฟัง

       งานของเจ้าหน้าที่ที่นี่อันดับแรกก็คือ รักษาป่าผืนนี้ให้อยู่ได้ อาจใช้การปราบปราม พอลดคดีไดแล้วจึงทำงานสื่อฯ ทำความเข้าใจกับชุมชน สุดท้ายจึงทำเรื่องงานวิจัยต่างๆ ที่ผ่านมาที่นี่มีคดีบุกรุกป่าเยอะมากๆ ชาวบ้านมาประท้วงกันทีเป็นเดือนๆ ต้องทำความเข้าใจเป็นนานกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น กระทิงตัวนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ควายติดคดีพวกนี้ก็ใช่ นี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งทำงานมานาน20 ปี ก็เพิ่งถูกพรานยิงตายไป เราขับรถออกมาเพื่อไปน้ำตกเขาตะกรุบ เห็นป้ายอนุสรณ์เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตไป จอดเคารพดวงวิญญาณแก จากเดิมจะเล่าเรื่องกล้วยไม้ป่าหายาก ตอนนี้เลยกลายเป็นกล้วยไม้ไว้อาลัยหลุมฝังศพไปแล้ว ขอโทษที ขับรถตามแผนที่ไปจนชักไม่มั่นใจจอดรถถามทางชาวบ้าน มั่วกันพักใหญ่จึงไปได้ถูกทาง

--- ๐ ---

จุดหมาย..อาจไม่ใช่ปลายทาง

       ทางเข้าน้ำตกเขาตะกรุบเป็นถนนไม่ใหญ่นัก มีเด็กๆขี่รถเครื่องขวางทางอยู่ วัยกำลังคะนอง น้องผู้ชายหน้าตาดี กางปีกร่อนถลาเป็นนก กันไม่ให้รถเราแซง คุณนายตื่นมาพอดีเห็นเข้า ว้าว! ถูกใจ หนุ่มๆหน้าใสน้ำลายหก เปิดหน้าต่างโบกมือ เซย์ ฮัล..โล้.. แล้วส่งจูบให้ รถเราวิ่งเลยมาไกล หันไปไม่เห็นมีรถเครื่องตามมาเลย เอ!..สงสัยหัวใจวาย หรือไม่ก็ร่วงลงข้างทางไปแล้วม๊าง..ง

น้ำตกเขาตะกรุบ ยามน้ำน้อย
       ตลอดทางเข้าตัวน้ำตก เจอวัยรุ่นหนุ่มๆสาวๆซ้อนรถเครื่องเข้ามาเที่ยวเยอะแยะ ตลอดทางขึ้นน้ำตกก็เราเดินสวนกับชาวบ้าน คุณย่าคุณยายก็มากัน เห็นจะมีพวกเราเท่านั้นที่เป็นคนแปลกถิ่น รู้สึกเลยว่าที่นี่เป็นที่พักหย่อนใจของคนพื้นที่โดยแท้ แต่ทำมั๊ย..ยถึงทิ้งขยะเกลื่อนทางอย่างนี้น้าาาพวกเราเดินกันพอเหงื่อแตกถึงเริ่มได้ยินเสียงน้ำตก กำลังใจเริ่มมาแต่กำลังขาเริ่มหมดแรง หันมามองดูเห็นน้องอรอนงค์ตอนนี้เลยต้องขอเปลี่ยนชื่อเป็นน้องนงคลานแทนก็แล้วกัน เนื่องจากน้องเขาใช้มือทั้ง 2 ข้างช่วยขาทั้ง 2 ด้วยน่ะสิ น้ำตกเขาตะกรุบตอนนี้มีน้ำไม่เยอะนักแต่ก็พอสวย พวกเรานอนแผ่หราเงยหน้าดูน้ำตกที่กระเซ็นลงมา เอาขาแช่น้ำเย็นเฉียบ ลมโชยเบาๆ ไม่นานนักก็หลับกันเกลี้ยง  เย็นย่ำแล้วพวกเราพากันลงมากะว่าจะกางเต็นท์กันที่ด่านฯ แต่แล้วก็พร้อมใจกันกลับไปนอนคุยกับผช.ที่สำนักงานฯ ดีกว่า กางเต็นท์กันหน้าสำนักงานฯเลย กะว่าปลอดภัย แถมมีห้องน้ำด้วย น่าเสียดายผช.กลับบ้านไปแล้ว คืนนี้คงต้องนอนเหงานับดาวกันเอง

--- ๐ ---

จอดรถ..ลงเดิน

ที่นอนกลางสนามหญ้า
       ดาวแมงป่องขึ้นแล้ว ทาบหางอยู่ตรงทางช้างเผือก ผมกำลังก้มๆเงยๆอยู่กับการทอดปลาทูบนกระทะ รถ กระบะคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอด มองไม่เห็นว่าเป็นใคร คุณท่านเดินเข้าไปคุยได้ความว่า เจ้าหน้าที่ไปส่องสัตว์มาเมื่อตอนหัวค่ำ เจอช้างป่าด้วย ตอนดึกๆจะไปส่องอีกรอบจึงมาชวนพวกเรา " ไปครับพี่ " คุณท่านตอบตกลงทันที เพราะไม่มีอะไรทำกันอยู่พอดี แล้วคุณท่านก็หันมาคุยทับว่า " บอกแล้ว มากับคนมีโชค " พวกเรารีบจัดการอาหารค่ำอย่างรวดเร็ว เพื่อรอรถมารับ ระหว่างรอได้ยินเสียงหักไม้ไผ่ "กร๊อบกร๊อบ" พวกเราหูผึ่งทะลึ่งตัว หันหน้ามองกัน ช้าง!  พี่ผช.อีกคนวิ่งมาพร้อมไฟส่องสัตว์  " ช้างป่าน่ะ ไม่ต้องตกใจ มันไม่ทำร้ายหรอก หากินอยู่แถวนี้ประจำ " ตรงสำนักงานฯ เนี่ยะนะ! เราอุทานในใจ " เมื่อกี้นี้ผมเห็นตาอะไรไม่รู้ หลายคู่เลย ไม่รู้พวกกวาง หรือหมาไน " กวางก็ไม่เท่าไหร่แต่..หมาไนเลยหรอพี่


อ่านต่อหน้า . 1 . 2   อ่านต่อหน้า 2 >>
อ่านบันทึกการเดินทางเรื่องอื่น ๆ  
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   บุ๊คมาร์คหน้านี้