หน้าแรก > ข้อมูลท่องเที่ยว > ระนอง > อทยานแห่งชาติแหลมสน
พิมพ์ พิมพ์หน้านี้
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ข้อมูล XML
บุ๊คมาร์คหน้านี้

อทยานแห่งชาติแหลมสน
ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2526 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 46 ของประเทศไทยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 315 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่น้ำประมาณ 259 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 60 กิโลเมตร และหมู่เกาะ 2 หมู่เกาะได้แก่ หมู่เกาะกำใหญ่และหมู่เกาะกำนุ้ย รวมทั้งเกาะต่างๆอีก 8 เกาะ ได้แก่ เกาะหมู เกาะเปียกน้ำน้อย เกาะเปียกน้ำใหญ่ เกาะเทา เกาะค้างคาว เกาะล้าน เกาะกำนุ้ย และเกาะไข่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลสูงสุด 296 เมตร ที่เกาะกำใหญ่ สำหรับชายฝั่งแผ่นดินใหญ่มียอดเขาสูงสุดที่อ่าวอ่าง สูงจากระดับน้ำทะเล 264 เมตร

ภูมิประเทศ
ลักษณะเป็นหน่วยหินแก่งกระจานในหมู่หินตะนาวศรี ลักษณะชายฝั่งของอุทยานแห่งชาติมีลักษณะเว้าแหว่งและท้องทะเลลึก ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก เป็นลักษณะชายฝั่งจมตัว เป็นผลให้ชายหาดตลอดแนวฝั่งแคบมีลำน้ำสายสั้นขนาดเล็กจำนวนมากจากที่สูงตอนในแผ่นดินไหลออกสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งแม่น้ำลำคลองเหล่านี้ได้พัดพาตะกอนดินมาทับถมตามปากแม่น้ำ และชายฝั่งทำให้ชายฝั่งบริเวณปากแม่น้ำและลำคลองถูกปกคลุมไปด้วยป่าชายเลน ส่วนบริเวณติดต่อกับทะเลเปิดจะมีลักษณะของชายฝั่งเป็นโคลน จะพบสันดอนทรายอยู่บ้างในช่วงน้ำลง

ภูมิอากาศ
อากาศแบบร้อนชื้น ความชื้นสัมพัทธ์สูง มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝน และฤดูร้อน ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี ฝนตกชุกมาก เพราะจังหวัดระนองได้ชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดทั้งปีมากกว่า 4,000 มิลลิเมตร ฝนจะเริ่มมากตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤศจิกายน ซึ่งในช่วงเดือนมิถุนายน–กันยายน เป็นช่วงฝนตกชุกมาก โดยมีค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนมากกว่า 700 มิลลิเมตร/เดือน ดังนั้นในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนเมษายน เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการมาเยือนอุทยานแห่งชาติแหลมสน

สัตว์ป่า
จากการสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พื้นที่บริเวณเกาะและชายฝั่งทะเลของอุทยานแห่งชาติประกอบไปด้วยแนวปะการังและป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร หลบภัย และขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำนานาชนิดทั้งที่มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง

ป่าและพันธุ์ไม้
พืชพรรณที่ปรากฏในส่วนของแผ่นดินใหญ่ เป็นป่าดงดิบแล้ง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ยางแดง ยางเสียน พะวา มะไฟ ฯลฯ ในบริเวณชายหาดจะพบไม้ชายหาดซึ่งมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ป่าชายหาด จะเป็นลักษณะของป่าสนทะเล บริเวณชายฝั่งทะเลที่มีดินโคลนและมีน้ำทะเลท่วมถึง เป็นสังคมพืชของป่าเลน จากลักษณะภูมิประเทศและความอุดมสมบูรณ์ของสังคมพืชทำให้พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแหลมสนเหมาะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายประเภทด้วยกัน

สิ่งอำนวยความสะดวก
ที่พัก/บ้านพัก

สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณใกล้เคียงอุทยานแห่งชาติ
รีสอร์ท จำนวน 3 แห่งได้แก่ วาสนารีสอร์ท โกเมนวิลล่า อันดามันพีชรีสอร์ท
Home stay จำนวน 1 แห่ง ชื่อ ทะเลนอก
ท่าเทียบเรือขนาดเล็ก จำนวน 1 แห่งบริเวณแหลมสน
ร้านอาหาร จำนวน 2 แห่ง บริเวณแหลมสน และบริเวณหาดประพาส

สถานที่กางเต็นท์แบบมีที่จอดรถ - พื้นที่กางเต็นท์ บริเวณแหลมสนขนาด 8,000 ตารางเมตร มีห้องน้ำห้องสุขารวม ตลอดจนร้านอาหาร และลานจอดรถขนาด 12,800 ตารางเมตร และพื้นที่กางเต็นท์บริเวณเกาะกำ ขนาด 3,200 ตารางเมตร มีห้องน้ำห้องสุขารวม

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว - ตั้งอยู่บริเวณแหลมสน ประกอบด้วย อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ และนิทรรศการ และบริเวณหาดประพาส ซึ่งมีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว ที่พักนักท่องเที่ยว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

การเดินทาง
รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดระนอง ระยะทาง 560 กิโลเมตร และจากระนองถึงอุทยานแห่งชาติแหลมสน ห่างจากจังหวัดระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ระยะทาง 45 กิโลเมตร และห่างจาก อำเภอกะเปอร์ 6 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 657 จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังประมาณ 10 กิโลเมตร

เครื่องบิน

จากดอนเมืองถึงท่าอากาศยานระนอง ต่อจากนั้นมาขึ้นรถประจำทาง เป็นรถสองแถวระนอง-กะเปอร์ ระยะทางจากท่าอากาศยาน ประมาณ 30 กิโลเมตร โดยสามารถเดินทางมาตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ถึงทางแยกเข้าบางเบนที่ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ เลี้ยวขวาเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติแหลมสน

แผนที่


ที่อยู่ / สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่ : 36/6 หมู่ 4 บ้านบางเบน ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง
รหัสไปรษณีย์ : 85120
โทรศัพท์ : +66 1978 6620 
แฟกซ์ : +66 9871 1058 
อีเมล์ :  
เว็บไซต์ :  

อุทยาน/วนอุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอื่น ๆ ในจังหวัดระนอง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งระยะ-นาสัก
อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พิมพ์ พิมพ์หน้านี้    ส่งหน้านี้ให้เพื่อน    ข้อมูล XML    บุ๊คมาร์คหน้านี้