อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ในปี พ.ศ. 2479 รัฐบาลมีนโยบายที่จะรวบรวมนักโทษที่มีสันดานเป็นผู้ร้ายไปรวมไว้ในสถานที่เดียวกัน เพื่อสะดวกในการควบคุมและฝึกอบรมวิชาชีพ โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ให้กรมราชทัณฑ์จัดหาสถานที่เหมาะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 โดยดำเนินการสำรวจ บุกเบิกและก่อสร้างอาคาร บริเวณอ่าวตะโละอุดังและตัดถนนต่อไปยังอ่าวตะโละวาว ในปี พ.ศ. 2481 เริ่มส่งนักโทษกักกันเข้ามาบริเวณ อ่าวตะโละอุดังและทยอยส่งอีกหลายรุ่นและในปี พ.ศ. 2482 รัฐบาลได้ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะใกล้เคียงเป็นเขตหวงห้ามของกรมราชทัณฑ์และจัตตั้งนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา ในปีเดียวกันรัฐบาลส่งนักโทษการเมือง จำนวน 70 คน มากักกันบริเวณอ่าวตะโละอุดัง ซึ่งต้องโทษคดี กบฏบวรเดช และกบฏนายสิบ ต่อมานักโทษถูกส่งมาเรื่อยๆ จนต้องย้ายนักโทษกักกันส่วนใหญ่ไปอยู่บริเวณอ่าวตะโละวาว และมีนักโทษมากที่สุดถึง 3,000 คน การควบคุมดูแลนักโทษจำนวนมากก่อให้เกิดปัญหามากมาย เช่น การสร้างอิทธิพลของเจ้าหน้าที่บางคน ไข้มาลาเรียระบาด ซึ่งมีนักโทษล้มตายถึง 700 คน
ต่อมาในช่วงสงครามเอเชียบูรพาระหว่าง พ.ศ. 2487-2489 เกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก เป็นสาเหตุเกิดโจรสลัดตะรุเตา ทำการปล้นเรือสินค้า จนกระทั่งอังกฤษได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยปราบโจรสลัดจนราบคาบ ซึ่งในที่สุดนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา ถูกปิดตั้งแต่ พ.ศ. 2491 และอีก 26 ปีถัดมา กรมป่าไม้จึงได้สำรวจจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 ตอนที่ 68 ลงวันที่ 19 เมษายน 2517 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 8 ของไทย
|
ภูมิประเทศ อุทยานแห่งชาติตะรุเตามีสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีความลาดชันสูง ชายฝั่งทางด้านตะวันออก ส่วนมากจะเป็นหน้าผาสูงชันสลับกับอ่าวและหาดทรายโคลน ทางด้านตะวันตกจะมีหน้าผาเฉพาะทางด้านเหนือบริเวณแหลมตันหยงมะระ(ด้านหัวเกาะ) มีที่ราบอยู่เป็นหย่อมๆ ทางเทือกเขาหลังอ่าว อ่าวที่สำคัญได้แก่ อ่าวพันเตมะละกา อ่าวสน อ่าวมะขาม อ่าวตะโละอุดัง และอ่าวตะโละวาว เป็นต้น อ่าวต่างๆ เหล่านี้มีคลองและลำธารไหลผ่านออกสู่ทะเล มีที่ราบเล็กน้อย เกาะอาดัง-ราวี อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงครอบคลุมเนื้อที่เกือบทั้งหมดของเกาะ มีที่ราบเฉพาะบริเวณเหนือชายหาดต่างๆ
|
ภูมิอากาศ ข้อมูลภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในรอบปีที่ผ่านมา (มกราคม 2543-พฤศจิกายน 2543) พบว่า ฝนตกมากที่สุดในเดือน เมษายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 11.66 มิลลิเมตร รองลงมาเดือน มิถุนายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 10.59 มิลลิเมตร และตกน้อยที่สุดในเดือน มกราคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 0.01 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 34.5 องศาเซลเซียสในเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 10.5 ในเดือนกันยายน
|
สัตว์ป่า สัตว์ป่า จากการสำรวจสามารถจำแนกได้ดังนี้
1. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบด้วย หมูป่า กระจงควาย กระจงเล็ก เป็นต้น 2. นก ประกอบด้วย นกโจรสลัด นกกระสาใหญ่ นกยางเขียว เป็นต้น 3. สัตว์เลื้อยคลาน ประกอบด้วย ตะกวด เหี้ย งูเหลือม เป็นต้น 4. สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ประกอบด้วย กบภูเขา หรือเขียดแลว กบหนอง เป็นต้น 5. แมลง ประกอบด้วย ผีเสื้อมรกตธรรมดา ผีเสื้อลายขีดเงินลายขอ ผีเสื้อสะพายขาวปีกโค้ง เป็นต้น 6. สัตว์น้ำ ประกอบด้วย ตะพาบน้ำ ปูน้ำตก กุ้งก้ามกราม เป็นต้น
ทรัพยากรทางทะเล
1. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบด้วย พะยูน โลมาหัวขวดธรรมดา โลมาหัวขวดมลายู เป็นต้น 2. สัตว์เลื้อยคลานประกอบด้วย เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ เป็นต้น 3. ปลา ประกอบด้วย ปลากระเบน ปลาการ์ตูน ปลาเหลืองปล้อง เป็นต้น 4. หอย ประกอบด้วย หอยเป๋าอื้อ หอยฝาชี หอยมงกุฎ เป็นต้น 5. หมึก ประกอบด้วย หมึกกระดอง หมึกยักษ์ หมึกกล้วย เป็นต้น 6. ปู ประกอบด้วย ปูหิน ปูเสฉวน ปูม้า ปูลม เป็นต้น 7. กุ้ง ประกอบด้วย กั้ง กุ้งมังกร กุ้งชีแฮ้ เป็นต้น 8. ปะการัง ประกอบด้วย ปะการังลายกลีบดอกไม้ ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังผิวเกล็ดน้ำแข็ง เป็นต้น
|
ป่าและพันธุ์ไม้ พืชพรรณ
สามารถจำแนกออกได้ เป็น 6 ประเภท ได้แก่
1. ป่าดงดิบ พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น หงอกค่าง ยางปาย ยางเสียน เป็นต้น 2. ป่าผสมผลัดใบ/ป่าเขาหินปูน พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น รักขาว รักป่า สะแกแสง เป็นต้น 3. ป่าชายหาด พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น เสม็ดชุน เสม็ดขาว สนทะเล รักทะเล เป็นต้น 4. ป่าพรุ พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น จิกน้ำ ตีนเป็ดเล็ก กะลิง เป็นต้น 5. ป่าชายเลน พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น เหงือกปลาหมอดอกม่วง ตีนเป็ดทะเล แคทะเลหรือแคป่า เป็นต้น 6. ป่าแคระ/ไม้พุ่ม พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น ปรงเขา ส้านใหญ่ ไกรทอง เป็นต้น
|
สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องปฐมพยาบาล - มีห้องปฐมพยาบาล 1 แห่ง มีบุคลากรทางการแพทย์ประจำ 4 นาย ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว หน่วยกู้ภัย - มีจำนวน 2 แห่ง ที่อ่าวพันเตมะละกา เกาะตะรุเตา และที่แหลมสน เกาะอาดังมีอุปกรณ์กู้ ภัย และยานพาหนะที่ใช้ในการกู้ภัย
ร้านอาหารสวัสดิการ - ร้านอาหารและร้านจำหน่ายของที่ระลึก สำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่เกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง
ร้านขายของที่ระลึก - ร้านจำหน่ายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่เกาะตะลูเตาและเกาะอาดัง
ท่าเรือ/ท่าเทียบเรือ - มีเรือบริการนำเที่ยว - ไปคลองพันเตมะละกา (ถ้ำจระเข้) ราคาในการให้บริการ 40 บาท/ เที่ยว/ คน - ไปคลองตะโละโต๊ะโป๊ะ ราคาในการให้บริการ 40 บาท/เที่ยว/คน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว - มีจำนวน 4 แห่ง บริเวณอ่าวพันเตมะละกา และอ่าวตะโละวาว เกาะตะรุเตา และบริเวณปากบารา และแหลมสน เกาะอาดัง มีอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์และนิทรรศการสำหรับ บริการนักท่องเที่ยว
|
การเดินทาง เครื่องบิน การเดินทางโดยเครื่องบิน จากกรุงเทพฯ ถึงหาดใหญ่ จากนั้นเดินทางต่อจากหาดใหญ่ไปท่าเทียบเรือปากบารา เดินทางได้โดย 1. รถโดยสารประจำทางสายหาดใหญ่-ปากบารา 2. รถแท็กซี่ สายหาดใหญ่-ละงู ลงที่อำเภอละงู เดินทางต่อด้วยรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือปากบารา หรือ 3. รถตู้ปรับอากาศ สายหาดใหญ่-ปากบารา เรือ การเดินทางโดยเรือโดยสารไปอุทยานแห่งชาติตะรุเตา มี 2 เส้นทาง คือ
1. เส้นทางท่าเรือปากบาราไปเกาะตะรุเตา (ขึ้นเกาะบริเวณท่าเรือพันเตมะละกา ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติ) หรือไปเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ มีตารางการเดินเรือ ดังนี้
-
ท่าเรือปากบาราเดินทางไปเกาะตะรุเตา เรือออกจากท่าเรือปากบารา เวลา 10.30 น. และ 15.00 น.
- เกาะตะรุเตาเดินทางไปเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ เรือออกจากเกาะตะรุเตา เวลา 13.00 น.
- เกาะอาดัง-หลีเป๊ะเดินทางไปเกาะตะรุเตา เรือออกจากเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ เวลา 09.00 น.
- เกาะตะรุเตาเดินทางไปท่าเรือปากบารา เรือออกจากเกาะตะรุเตา เวลา 09.00 น. และ 13.00 น.
2. เส้นทางท่าเรือตำมะลังไปเกาะตะรุเตา (ขึ้นเกาะบริเวณท่าเรือตะโละวาว ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์รอุทยานแห่งชาติ ที่ ตต.1 ) หรือไปเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ มีตารางการเดินเรือ ดังนี้
-
ท่าเรือตำมะลังเดินทางไปเกาะตะรุเตา เรือออกจากท่าเรือตำมะลัง เวลา 11.00 น.
- เกาะตะรุเตาเดินทางไปเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ เรือออกจากเกาะตะรุเตา เวลา 12.00 น.
- เกาะอาดัง-หลีเป๊ะเดินทางไปเกาะตะรุเตา เรืออกจากเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ เวลา 18.00 น.
- เกาะตะรุเตาเดินทางไปท่าเรือตำมะลัง เรือออกจากเกาะตะรุเตา เวลา 16.00 น.
หมายเหตุ : ระหว่างท่าเรือตะโละวาวกับท่าเรือพันเตมะละกา มีรถรับ-ส่งของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ให้บริการรับ-ส่ง ระยะทางประมาณ 12.5 กิโลเมตร
รถไฟ การเดินทางโดยรถไฟ จากกรุงเทพฯ ถึงหาดใหญ่ จากนั้นต้องเดินทางต่อจากหาดใหญ่ไปท่าเทียบเรือปากบารา เดินทางได้โดย 1. รถโดยสารประจำทางสายหาดใหญ่-ปากบารา 2. รถแท็กซี่ สายหาดใหญ่-ละงู ลงที่อำเภอละงู เดินทางต่อด้วยรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือปากบารา หรือ 3. รถตู้ปรับอากาศ สายหาดใหญ่-ปากบารา รถโดยสารประจำทาง 1. มุ่งสู่ปลายทาง " ท่าเรือปากบารา " เพื่อเดินทางต่อโดยเรือมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
-
เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-สตูล ลงที่อำเภอละงู เดินทางต่อด้วยรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือปากบารา
- เริ่มต้นที่จังหวัดตรัง เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายตรัง-สตูล ลงที่อำเภอละงู เดินทางต่อด้วยรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือปากบารา
- เริ่มต้นที่อำเภอหาดใหญ่ เดินทางโดย 1) รถโดยสารประจำทางสายหาดใหญ่-ปากบารา 2) รถแท็กซี่ สายหาดใหญ่-ละงู ลงที่อำเภอละงู เดินทางต่อด้วยรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือปากบารา หรือ 3) รถตู้ปรับอากาศ สายหาดใหญ่-ปากบารา
2. มุ่งสู่ปลายทาง " ท่าเรือตำมะลัง " เพื่อเดินทางต่อโดยเรือมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
-
เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-สตูล ลงที่จังหวัดสตูล เดินทางต่อรถด้วยรถสองแถวจากสตูลไปท่าเรือตำมะลัง
|
แผนที่
|
ที่อยู่ / สถานที่ติดต่อ
ที่อยู่ : ปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
รหัสไปรษณีย์ : 91100
โทรศัพท์ : +66 7478 3485, 7472 8027-8, 7472 9002-3
แฟกซ์ : +66 7471 2425
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
|
อุทยาน/วนอุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอื่น ๆ ในจังหวัดสตูล วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
|
แหล่งข้อมูลอ้างอิง กรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
|