การเดินทาง โดยรถยนต์ส่วนตัว จากจังหวัดน่านไปตามทางหลวงหมายเลข 1080 ถึงอำเภอปัวระยะทาง 60 กม. แยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระยะประมาณ 25 กม. รวมระยะทาง 85 กม. การเดินทางไปบ้านมณีพฤกษ์จากจังหวัดน่านไปตามทางหลวง หมายเลข 1080 ผ่าน อ.เชียงกลาง ระยะทางประมาณ 75 กม. แยกขวาบ้านนาหนุนเข้าบ้านมณีพฤกษ์ ระยะประมาณ 40 กม. รวมระยะทาง 115 กม.
โดยรถยนต์ประจำทาง จาก กรุงเทพฯ ถึง อ.ปัว โดยรถปรับอากาศจากสถานนีขนส่งหมอชิตสายเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชม. จากปัวถึงอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีรถโดยสาร สายปัว-บ่อเกลือ เวลา 7.30 น. , 9.30 น. , 11.30 น. , 14.00 น.
จุดเด่นที่น่าสนใจ
ภูเขาทิวทัศน์ เทือกเขาดอยภูคาเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะยอดดอยภูคา มีเมฆปกคลุมตลอด ฤดูฝนและฤดูหนาว จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก
ป่าปาล์มดึกดำบรรพ์ เป็นป่าปาล์มขนาดใหญ่ของประเทศไทย มีพื้นที่เฉพาะรอบ ๆ ดอยภูแว ไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่ ลักษณะเป็นป่าปาล์มธรรมชาติดงดิบแทบจะไม่มีพันธุ์ไม้อื่นใดปะปนชาวเขาเผ่าแม้วเรียกปาล์มชนิดนี้ว่า “ต้นจิ๊ก” ลำต้นใส้ในที่อ่อนใช้ประกอบอาหารรับประทานแทนข้าวได้
พระลานหินและหน้าผา เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามมากอยู่ที่ดอยภูแว ไม่มีพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ และยังประกอบด้วยหน้าผาอีกหลายแห่ง เช่น ผาแง่ม ผาเก้า ผาผึ้ง ผาขี้นก เป็นต้น
ธารน้ำลอด ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำออกรู” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มหัศจรรย์มาก ภายในถ้ำใต้ภูเขาจะมีลำธารน้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ภูเขาแล้วไหลออกปากถ้ำออกไป มีเสียงดังสนั่นเสมือนเสียงน้ำตกและผนังถ้ำจะมีรูปเข้าไปลักษณะห้วยลำธารมีน้ำไหลออกมา ระยะทางประมาณ 3 กม.
ต้นชมพูภูคา ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยจะพบเพียงแห่งเดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่านเท่านั้น ต้นชมพูภูคาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบสีเทาอ่อน ออกดอกเดือน มกราคม-ต้นมีนาคม เต่าร้างยักษ์ (เต่าร้างน่านเจ้า) เป็นไม้เฉพาะถิ่นของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน ไม่มีรายงานว่าพบที่ใดในโลก เป็นปาล์มลำต้นเดียวสูงประมาณ 40 เมตร
ก่วมภูคา เป็นพรรณไม้ที่เพิ่งพบครั้งแรก (new record) ในประเทศไทย เป็นไม้ต้นผลัดใบ สูง 15-25 เมตร ใบอ่อนสีแดงเว้าเป็น 5 แฉก ใบแก่สีเขียว 3 แฉก เป็นพืชวงค์เดียวกับเมเปิ้ล
พรรณไม้ที่หายาก คือ จำปีช้าง ไข่นกคุ้ม ค้อเชียงดาว โลดทะนงเหลือง ขาวละมุน เทียนดอย เสี้ยวเครือ มะลิหลวง สาลี่หนุ่ม เหลืองละมุน ประทัดน้อยภูคา กระโถนพระฤาษี กุหลาบแดง กุหลาบขาวเชียงดาว
พรรณไม้เฉพาะถิ่น คือ หมักอินทร์ คัดเค้าภูคา ประดับหินดาว หญ้าแพรกหิน นมตำเลีย รางจืดต้นภูคา
ถ้ำ มีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามอยู่หลายแห่งที่สำคัญ คือ
-
ถ้ำผาแดง,ถ้ำผาผึ้ง เป็นถ้ำที่สวยงามและยาวมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา (บ้านมณีพฤกษ์) อ.ทุ่งช้าง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและยังมีน้ำตกและลำธารขนาดใหญ่ด้วย
-
ถ้ำผาฆ้อง เป็นถ้ำขนาดกลางบริเวณปากถ้ำจะมีขนาดเล็ก ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยและลำธารไหลผ่านแต่ช่วงฤดูฝนไม่สามารถเข้าชมได้ เนื่องจากอาจมีน้ำท่วมในถ้ำอยู่ระหว่างทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว
น้ำตก มีน้ำตกกระจัดกระจายมากมายทั่วพื้นที่ที่สวยงาม คือ
-
น้ำตกต้นตอง เป็นน้ำตกหินปูนอยู่บริเวณใกล้ๆที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 3ชั้น สูงประมาณ 60 เมตร
-
น้ำตกวังเปียน อยู่ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งกำลังพัฒนา อยู่ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยภูคาที่ 8 (บ้านห้วยโก๋น)
-
น้ำตกภูฟ้า อยู่ในอำเภอแม่จริม การเดินทางเข้าไปยากลำบากจะต้องเดินเท้าประมาณ 2 วัน
-
น้ำตกตาดหลวง บ้านทุ่งเฮ้า อ.ปัว และเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธ์ปลา
ล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง ในเขตอุทยานฯ เป็นเส้นทางล่องแก่งน้ำว้าระดับ 3-5 ประมาณ 50 กว่าแก่ง เช่นแก่งสบห้วยบึง, แก่งหลวง, แก่งเสือเต้น, แก่งผีป่า, แก่งขอน, แก่งท่ารถเมล์, แก่งสร้อย เป็นต้น โดยใช้เรือยางที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อการล่องแก่งน้ำว้าตอนกลางโดยเฉพาะ
บ้านมณีพฤกษ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในเขตอุทยานฯ ทางทิศเหนือจากสถานที่ทำการอุทยานฯ สถานที่ท่องเที่ยว เช่น ถ้ำผาผึ้ง ถ้ำหอหญิง ถ้ำหอชาย ถ้ำจำปี ถ้ำน้ำมุด น้ำตกห้วยงัด น้ำตกลงรู จุดชมวิวดูหัวล้าน ถ้ำภูหัวล้าน เป็นต้น
ยอดดอยภูแว ยอดดอยภูแว เป็นยอดดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,837 เมตร มีลักษณะโดดเด่นเป็นทุ่งหญ้าบนดอยอีกทั้งยังมีลานหินและหน้าผาชันอีกด้วย แลมีพรรณไม้เฉพาะถิ่นและพรรณไม้หายาก เช่น ค้อ กุหลาบพันปี ฯลฯ ในช่วงฤดูหนาวนั้นมีความสวยงามมาก
สุสานหอย ซึ่งเป็นหอยทะเลอายุประมาณ 200 ล้านปี พบในบริเวณบ้านค้างฮ่อ อ.ปัว
|